วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม สดุดี 143:10 “พระเจ้าของข้าพระองค์”
ขอทรงสอน@ให้ข้าพระองค์ทำตามพระทัยของพระองค์
เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์
ขอพระวิญญาณประเสริฐของพระองค์ ทรงนำ@ข้าพระองค์ไปตามทางราบเรียบ
Q1 ผู้เขียนสดุดีต้องให้พระเจ้า “สอน” และ “นำ” ในเรื่องใด? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 คำว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์” มีผลต่อ “การทำตามคำสอน” และ “การทรงนำ” ของพระเจ้าในชีวิตของคุณอย่างไร? (ดู ลูกา 6:46-49 ประกอบ)
หมายเหตุ: ลูกา 6:46-4946 “ทำไมพวกท่านเรียกเราว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า’ แต่ไม่ทำตามสิ่งที่เราบอกนั้น? 47 ทุกคนที่มาหาเราและฟังคำของเราแล้วทำตาม เราจะสำแดงให้พวกท่านรู้ว่าเขาเป็นเหมือนอะไร 48 เขาเป็นเหมือนคนหนึ่งที่สร้างบ้าน เขาขุดลึกลงไปแล้ววางรากฐานอยู่บนศิลา เมื่อมีน้ำท่วมและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาซัดบ้านนั้น มันก็ไม่หวั่นไหว เพราะถูกสร้างไว้อย่างมั่นคง 49 ส่วนคนที่ได้ยินและไม่ทำตาม ก็เป็นเหมือนคนหนึ่งที่สร้างบ้านอยู่บนดินโดยปราศจากรากฐาน เมื่อมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาซัดบ้านนั้น มันก็พังทลายลงทันที และความหายนะของบ้านนั้นก็ยิ่งใหญ่”
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สดุดี 94-96 โรม 15:14-33
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม มัทธิว 7:24-25 “คำสอนของพระเยซูคริสต์”
“เพราะฉะนั้น ทุกคนที่@ได้ยินคำเหล่านี้ของเรา (พระเยซูคริสต์)
และ@ประพฤติตาม ก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างบ้านของตนไว้บนศิลา
แล้วฝนก็ตกและน้ำก็ไหลเชี่ยว ลมก็พัดปะทะบ้านนั้น
แต่บ้านไม่ได้พังลง เพราะว่ารากตั้งอยู่บนศิลา
Q1 “คำสอนของพระเยซูคริสต์” จะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ได้ยินได้ฟัง ก็ต่อเมื่อผู้ฟังได้ทำสิ่งใด? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 “คำสอนของพระเยซูคริสต์” เป็นประโยชน์ในชีวิตของคุณมากน้อยแค่ไหน? อะไรคือ อุปสรรคที่ทำให้คำสอนของพระเยซูคริสต์ไม่เกิดผลในชีวิตของคุณ อธิษฐานขอกำลังจากพระเจ้าที่คุณจะทำตามคำสอนของพระเยซูคริสต์ได้
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สดุดี 91-93 โรม 15:1-13
วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม สดุดี 119:105 “พระวจนะของพระเจ้า”
พระวจนะของพระองค์เป็นตะเกียงแก่เท้าของข้าพระองค์
และเป็นความสว่างแก่ทางของข้าพระองค์
Q1 คำว่า “เป็นตะเกียงแก่เท้า” และ “เป็นความสว่างแก่ทาง” สะท้อนให้เห็นถึง “บทบาท” ของ “พระวจนะของพระเจ้า” ที่มีต่อการดำเนินชีวิตของผู้ที่เชื่ออย่างไร? (ดู ฮีบรู 4:12 ประกอบ)
Q2 คุณได้ใช้ “พระวจนะของพระเจ้า” ในการดำเนินชีวิตของคุณอย่างไร? (ดู มัทธิว 4:4 ประกอบ)
หมายเหตุ: ฮีบรู 4:12 เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้านั้นมีชีวิตและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ และคมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งแยกจิตและวิญญาณ ทั้งข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วยมัทธิว 4:4 ฝ่ายพระองค์ตรัสตอบว่า “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ‘มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า’ ”
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สดุดี 89-90 โรม 14
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม ปฐมกาล 4:6-7 “โกรธเคือง”
พระยาห์เวห์จึงตรัสถามคาอินว่า “ทำไมเจ้าโกรธ? ทำไมหน้าเจ้าบูดบึ้ง?
ถ้าเจ้าทำดี เจ้าก็จะเป็นที่ยอมรับไม่ใช่หรือ?
ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู
อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้น”
Q1 พระเจ้าไม่ได้บอกให้คาอิน “ห้ามโกรธ” แต่พระองค์กำลัง “เตือนสติ” คาอินในเรื่องใด? (สังเกตคำลังคำว่า “ถ้า” และ ดู เอเฟซัส 4:26 ประกอบ)
Q2 มีเรื่องอะไรบ้างที่ทำให้คุณต้อง “โกรธเคืองหน้าบูดบึ้ง” อยู่ในเวลานี้ ลองเขียนออกมาสัก 2 เรื่อง คุณจะนำ “คำเตือนสติ” จากพระคัมภีร์ตอนนี้ไปใช้จัดการกับเรื่องเหล่านั้นอย่างไร?
หมายเหตุ: เอเฟซัส 4:26 “จะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่าทำบาป” อย่าให้ถึงตะวันตกแล้วยังโกรธอยู่
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สดุดี 87-88 โรม 13
วันพุธที่ 12 สิงหาคม สุภาษิต 18:22 “วันแม่”
ใครพบภรรยาก็พบของดี และได้ความโปรดปรานจากพระยาห์เวห์
Q1 วันนี้เป็น “วันแม่” คำว่า “พบของดี” และ “ได้ความโปรดปราน” ปรากฏอยู่ในตัวของ “ภรรยา” ของคุณ หรือ “คุณแม่” ของคุณ และเขียนออกมาสัก 2 ประการ
Q2 ใช้เวลานี้อธิษฐานขอบคุณพระเจ้าสำหรับ “ภรรยา” ของคุณ หรือ “คุณแม่” ของคุณ หรือหาเวลาไปเยี่ยมคุณแม่ของคุณ ถ้าท่านไม่ได้พักอาศัยอยู่กับคุณ หรือโทรไปหาท่าน เพื่อพูดคุยและอธิษฐานเผื่อท่าน
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี สดุดี 84-86 โรม 12