พระองค์จึงทรงเรียกฝูงชนกับพวกสาวกให้เข้ามา
แล้วตรัสกับพวกเขาว่า “ถ้าใครต้องการจะตามเรามา1.ให้คนนั้นปฏิเสธตนเอง
2.รับกางเขนของตนแบก3.และตามเรามา”

Q1 พระเยซูคริสต์ทรง “เรียกร้อง” สิ่งใด จากคนที่ต้องการ “เป็นสาวก” ของพระองค์?
Q2 คุณมีสิ่งใดบ้างที่ต้อง “ปฏิเสธ” (ละทิ้ง) เพื่อคุณจะสามารถ “เป็นสาวก” ติดตามพระเยซูคริสต์? และสิ่งใดคือ “กางเขน” (ความรับผิดชอบ) ที่ต้องกระทำในฐานะที่ “เป็นสาวก” ของพระเยซูคริสต์?


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี   1 พงศ์กษัตริย์ 16-18  ลูกา 22:47-71

“จะโกรธก็โกรธได้ 1.แต่อย่าทำบาป” 
2.อย่าให้ถึงตะวันตกแล้วยังโกรธอยู่ 3.อย่าให้โอกาสแก่มาร

Q1 พระคัมภีร์ตอนนี้ “ไม่ได้ห้ามไม่ให้เราโกรธ” เพราะความโกรธเป็นอารมณ์พื้นฐานที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคน แต่พระคัมภีร์ตอนนี้กำลังสอนให้เรา “ตอบสนองต่อความโกรธ” อย่างเหมาะสม 3 ประการ คืออะไรบ้าง?
Q2 ผ่านมาคุณมักจะ “โกรธ” ในเรื่องอะไรบ้าง? และคุณตอบสนองอย่างไร? พระคัมภีร์ข้อนี้จะมีส่วนช่วยให้คุณตอบสนองต่อความโกรธดีขึ้นอย่างไร? (ดู ยากอบ 1:19-20 ประกอบ)
หมายเหตุ: ยากอบ 1:19-2019 พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงเข้าใจในเรื่องนี้ คือให้ทุกคนไวในการฟัง ช้าในการพูด ช้าในการโกรธ 20 เพราะว่าความโกรธของมนุษย์ไม่ก่อให้เกิดความชอบธรรมของพระเจ้า


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี   1 พงศ์กษัตริย์ 14-15   ลูกา 22:24-46

ท่านที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอร้องพวกท่าน ผู้เป็นคนแปลกถิ่นและคนต่างด้าว
ให้เว้นจากตัณหาของเนื้อหนัง @ซึ่งต่อสู้กับวิญญาณจิต

Q1 ทำไมเปาโลจึงวิงวอนให้ผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ ดำเนินชีวิตแบบ “ผู้เป็นคนแปลกถิ่น” “คนต่างด้าว” และ “ให้เว้นจากตัณหาของเนื้อหนัง”? (สังเกตคำหลังคำว่า @ และ ดู 1 เปโตร 5:8 ประกอบ)
Q2 วันนี้คุณ “ดำเนินชีวิต” (อาศัยอยู่ในโลกนี้) แบบไหน? (ดู มัทธิว 7:13-14 ประกอบ)
หมายเหตุ: 1 เปโตร 5:8 จงควบคุมตัวเอง จงระวังระไวให้ดี ศัตรูของพวกท่านคือมาร ดุจสิงโตคำรามเดินวนเวียนเที่ยวเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้มัทธิว 7:13-1413 “จงเข้าไปทางประตูแคบ เพราะว่าประตูใหญ่ และทางกว้างนั้นนำไปถึงความพินาศ และคนทั้งหลายที่เข้าไปทางนั้นมีมาก 14 เพราะประตูที่แคบและทางที่ลำบากนั้นนำไปสู่ชีวิต และพวกที่หาพบก็มีน้อย


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี  1 พงศ์กษัตริย์ 12-13 ลูกา 22:1-23

พี่น้องของข้าพเจ้า เมื่อพวกท่านพบกับการทดลองใจต่างๆ
ก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง
เพราะพวกท่านรู้ว่าการทดสอบความเชื่อของท่านนั้น
ทำให้เกิดความทรหดอดทน

Q1 ทำไมยากอบจึงให้ถือว่า “เป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง” เมื่อคริสเตียนต้องเผชิญหน้ากับ “ความทุกข์ยากลำบาก”? (สังเกตคำหลังประโยคว่า “เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า…” และดู โรม 5:3-5 ประกอบ)
Q2 คุณจะนำพระคัมภีร์ข้อนี้ไปใช้ในการเผชิญหน้ากับ “ความทุกข์ยากลำบาก” ที่มีอยู่อย่างไร?
หมายเหตุ: โรม 5:3-53 ยิ่งกว่านั้น เราก็ชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากด้วย เพราะเรารู้ว่าความทุกข์ยากนั้น ทำให้เกิดความทรหดอดทน 4 และความทรหดอดทนทำให้เห็นว่าเราเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้ และการที่เป็นเช่นนั้นทำให้มีความหวัง 5 และความหวังจะไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะเหตุว่าความรักของพระเจ้าได้หลั่งเข้าสู่จิตใจของเรา โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งพระองค์ได้ประทานให้แก่เราแล้ว


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี   1 พงศ์กษัตริย์ 10-11  ลูกา 21:20-38

โอ ข้าพระองค์รักธรรมบัญญัติของพระองค์จริงๆ
เป็นคำภาวนาของข้าพระองค์เสมอ

Q1 ผู้เขียนสดุดีข้อนี้แสดงออกถึง “ความรักที่มีต่อพระวจนะของพระเจ้า” อย่างไร?
Q2 ต้องทำอย่างไรคุณถึงจะ “มีความรักต่อพระวจนะของพระเจ้า” เหมือนกับผู้เขียนสดุดีข้อนี้? (ดู สดุดี 119:103 ประกอบ)
หมายเหตุ: สดุดี 119:103 พระดำรัสของพระองค์นั้น ข้าพระองค์ชิมแล้วหวานจริงๆ หวานกว่าน้ำผึ้งเมื่อถึงปากข้าพระองค์


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี   1 พงศ์กษัตริย์ 8-9  ลูกา 21:1-19

135/5927