เปาโลกำลังจะมีโอกาสได้แก้ข้อกล่าวหาอีกครั้งกับอากริปปา เฟสทัสผู้ซึ่งได้เข้ามารับตำแหน่งแทนเฟลิกส์ ได้รายงานเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเปาโลให้อากริปปาฟัง จนให้ท่านสนใจและถึงกับเอ่ยปากว่า อยากจะทำการสอบปากคำเปาโลด้วยตนเอง (ข้อ 22) ชีวิตของคุณเป็นอย่างไรบ้าง มีใครสนใจที่อยากจะฟังเรื่องราวในชีวิตของคุณกับพระเจ้าบ้าง? อธิษฐานขอพระเจ้าทรงกระทำให้ชีวิตของคุณเป็นเกลือและแสงสว่างในโลกนี้

แม้ว่าเวลาจะผ่านไป 2 ปี แต่พวกมหาปุโรหิตและคนสำคัญในพวกยิวก็ยังไม่ล้มเลิกที่จะกำจัดชีวิตของเปาโล และทำลายข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์  เช่นเดียวกับมารซาตานที่มันรอคอยเวลาที่จะทำลายผู้ที่เชื่อเหมือนในพระธรรม 1 เปโตร 5:8 ที่ว่า “ท่านทั้งหลายจงสงบใจจงระวังระไวให้ดี ด้วยว่าศัตรูของท่านคือมารวนเวียนอยู่รอบๆ ดุจสิงห์คำรามเที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้”  อธิษฐานขอกำลังจากพระเจ้าที่คุณจะรักษาตัวเอง ด้วยการอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ และมีเวลาส่วนตัวกับพระเจ้าทุกวัน เพื่อคุณจะไม่ตกอยู่ในการล่อลวง และการทดลองทั้งหลาย

เปาโลถูกนำขึ้นศาลอีกครั้ง มีการไต่สวน ต่อหน้าเฟลิกส์ผู้ว่าราชการเมือง แต่เปาโลก็ยังยืนยันในความบริสุทธิ์ของตนว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด ซึ่งในข้อ 26 เราพบว่า เฟลิกส์ต้องการเงินสินบนจากเปาโล แต่เปาโลก็ได้ให้สินบนกลับไป ทำให้ต้องเปาโลต้องติดคุกอยู่ถึง 2 ปี   คริสเตียนควรจะยืนหยัดในความบริสุทธิ์ และไม่เข้าไปข้องแวะกับการให้สินบน การทุจริต การคอร์รัปชั่น แม้จะต้องสูญเสียผลประโยชน์ก็ตาม อธิษฐานสารภาพบาปถ้าคุณเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการให้สินบน การทุจริต การคอร์รัปชั่น และขอกำลังจากพระเจ้าที่จะมีชัยชนะเหนือความผิดบาปในเรื่องนี้

คนยิวที่บอกว่าตนเองเชื่อพระเจ้า ได้สาบานว่า จะฆ่าเปาโลให้ได้ ไม่งั้นจะไม่กินอาหารเลย แต่พระเจ้ากลับใช้นายพันซึ่งเป็นคนต่างชาติที่ไม่เชื่อพระเจ้า เพื่อปกป้องดูแลชีวิตของเปาโล สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการครอบครองของพระเจ้าที่อยู่เหนือการปกครองของทุกประเทศ สอดคล้องกับพระคัมภีร์โรม 3:1 ที่ว่า “ทุกคนจงยอมอยู่ใต้บังคับของผู้ที่มีอำนาจปกครอง เพราะว่าไม่มีอำนาจใดเลยที่มิได้มาจากพระเจ้า และผู้ที่ทรงอำนาจนั้น พระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น” ใช้เวลานี้อธิษฐานเผื่อคณะรัฐบาลของเราที่เลือกตั้งไป ขอพระเจ้าทรงให้รัฐบาลดูแลประเทศด้วยความสัตย์ซื่อ และมีสติปัญญาในการแก้ไข และบริหารบ้านเมืองให้มีความสงบสุข

พวกสะดูสี และพวกฟาริสี ซึ่งปกติเป็นศัตรูกันเนื่องจากมีความเชื่อที่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจน เพราะพวกสะดูสี ซึ่ง “ไม่เชื่อ” ในเรื่องการเป็นขึ้นมาจากความตาย และพวกฟาริสี ที่ “เชื่อ” ในเรื่องการเป็นขึ้นมาจากความตาย แต่ในเวลานี้กับร่วมมือกันเพื่อจะกำจัดเปาโล และทำลายความเชื่อเรื่องพระเยซูคริสต์ ใน 2 ทิโมธี 4:3 บอกกับเราว่า “เพราะจะถึงเวลาที่คนจะทนต่อคำสอนที่มีหลักไม่ได้ แต่เขาจะรวบรวมครูไว้ให้สอนในสิ่งที่เขาชอบฟัง เพื่อบรรเทาความอยาก”  ในปัจจุบันความเชื่อของคริสเตียนอาจจะไม่ได้ถูกทำลายด้วยความรุนแรง แต่ถูกทำลายด้วยแนวความคิดที่ดูดีและน่าฟัง  ลองสำรวจชีวิตของคุณว่า คุณใช้หลักของพระคัมภีร์ในการดำเนินชีวิต หรือหลักความคิดที่มีสอนอยู่มากมายในสังคมนำชีวิตของคุณ?

5415/5788